http://www.banbkk.net
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com 
 หน้าแรก  ทรัพย์ฝากขาย/เข่า  ข่าวสารอสังหา  ประกาศฟรี
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   
Menu
หน้าแรก
อสังหาริมทรัพย์
ข่าวบ้าน และที่ดิน
ลงประกาศฟรี
ขายบ้านเดี่ยว
ขายที่ดิน
ขายคอนโดมิเนียม
คอนโดให้เช่า
ขายทาวน์เฮ้าส์
ขายอาคารพาณิชย์
ขายอาคารสำนักงาน
บ้านให้เช่า
อสังหาริมทรัยพ์เพื่อลงทุน
อสังหาริมทรัพย์ จ.เชียงใหม่
 

ซื้อบ้านให้ได้บ้าน

ซื้อบ้านให้ได้บ้าน 

“ บ้าน”  เป็นปัจจัยอันดับแรกในชีวิตคนเรา  บ้านแม้เพียงหลังเล็กๆแต่ก็เป็นได้ทั้งที่พักกายและใจ  เป็นศูนย์รวมของคนในครอบครัว  ไม่มีที่ใดอีกแล้วที่จะมีความสุขเท่า  “ วิมาน”  แห่งนี้ 

จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่คนส่วนใหญ่  ทั้งที่อยู่ในวัยทำงานและวัยสร้างครอบครัว  หรือใครก็ตามที่ยังไม่มีบ้านเป็นของตน  ต่างยึดเอา  “บ้าน” เป็นทั้งความหวังและความฝันที่ต้องได้มาไว้ในครอบครอง 

แม้รู้ว่าต้องเหน็ดเหนื่อยเป็นเวลานานก็ตาม 

            และคงไม่มีใครปฏิเสธว่าการซื้อบ้านไม่ใช่  “ การซื้อครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต ”  โดยเฉพาะการซื้อ 

“ บ้านหลังแรก ”  ที่นับเป็นความใฝ่ฝันของวัยสร้างครอบครัวทุกคน   

            ด้วยความที่บ้านนั้นไม่เหมือนกับเสื้อผ้า  รองเท้า หรือแฟน  อีกทั้งราคาก็ไม่ใช่ถูกๆ  ก่อนซื้อ 

จึงต้องมีการเตรียมตัวที่ดี  และมีอยู่ไม่กี่คนที่ควักเงินสดเพื่อซื้อบ้าน  ส่วนใหญ่จะใช้วิธีนำเงินเก็บมาเป็นเงินดาวน์  และที่เหลือก็ขอกู้จากธนาคารหรือสถาบันการเงินอื่นแทบทั้งสิ้น 

            ซึ่งต้องทำให้มีภาระต้องผ่อนชำระต่อนื่องอีกนานนับสิบๆปี  สมกับคำว่า “ Mortgege 

หรือ “ เงินกู้ซื้อบ้าน ” ซึ่งมาจากภาษาฝรั่งเศสว่า  Mortir ” ซึ่งแปลว่า “ ตาย ”  ดังนั้น  

Mortgege Lone  หรือสีนเชื่อบ้านซึ่งก็คือ “ สัญญาจนกว่าจะตาย ” ( หากยังไม่ตายก็แก่เชียวละ ) 

            ดังนั้น  การที่ฝันจะเป็นจริงได้จะต้องมีการเตรียมตัวที่ดี  ทั้งการวางแผนทางการเงิน  ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับบ้าน  และการเลือกสินเชื่อ 

            ไม่เช่นนั้นแล้วบ้านคงกลายเป็น   “ ฝันร้าย ”  ที่สร้างภาระผูกพันในระยะยาว 

เก็บเงินซื้อบ้านกันเถอะ 

            ในการซื้อบ้านนั้น  ก็อย่างที่พอรู้กันมาบ้างว่าจะต้องใช้เงินดาวน์ประมาณ 20 % ของราคาบ้าน 

และต้องกู้อีกประมาณ 80% ของราคา  โดยต้องผ่อนชำระหนี้นานประมาณ 20-30 ปี 

ดังนั้น  คำถามแรกที่ควรตอบให้ได้ก่อนคิดจะซื้อบ้านก็คือ  คุณมี “ เงินเก็บ ” พอที่จะจ่ายเป็นค่าเงินดาวน์ 

หรือผ่อนดาวน์  กับเจ้าของโครงการตามที่กำหนด  ( ประมาณ  5-15 งวด ) ซึ่งจะเป็นเงินรวมกันประมาณ 

ร้อยละ 70-80 ของราคาบ้านระยะเวลาผ่อนนานประมาณ 15-30 ได้หรือไม่?   

            หากคำตอบคือ “ ใช่ ”  ทั้งสองข้อ  นั่นก็หมายความว่า  คุณมีโอกาสซื้อบ้านได้แน่ๆ 

บ้านแบบไหน “ ตรงใจ ” คุณ 

            “ ที่รัก  เราจะซื้อบ้านแบบไหนดี  คอนโดฯหรูกลางเมือง  ทาวเฮาส์น่ารักๆ  หรือบ้านเดี่ยวที่มี 

ที่ให้ลูกวิ่งเล่นดีจ๊ะ 

            หากว่าคุณมีฐานะการเงินดี  ประโยคดังกล่าวอาจเป็นไปได้  เพราะทางเลือกของคุณนั้น 

“ เปิดกว้าง ” กว่าคนอื่นๆ 

            แต่ถ้าคุณมีกำลังทรัพย์ไม่มากตัวเลือกของคุณอาจน้อยลงไปโดยปริยาย  เช่น  ที่เคยวาดฝัน 

จะมีบ้านเดี่ยว  แต่มีงบไม่ถึงล้าน  ก็ตัดตัวเลือกนี้ทิ้งไป  และหันไปดูทาวเฮ้าส์หรือห้องชุดแทนจะดีกว่า 

            การวางแผนซื้อบ้านในขั้นต้น  คุณต้องทราบราคาบ้านที่มีขายอยู่ในตลาดก่อน  ซึ่งในปัจจุบัน 

มีที่อยู่อาศัยที่เสนอขายในตลาดจำนวนมาก  ไม่ว่าจะเป็นบ้านใหม่หรือบ้านมือสอง  ทั้งที่เป็นที่อยู่อาศัย 

ประเภทห้องชุด  ทาวเฮาส์และบ้านเดี่ยว  ซึ่งคุณสามารถเลือกซื้อได้อย่างเต็มที่  จนกว่าจะได้บ้านที่ถูกใจ

และสอดคล้องกับกำลังเงิน  อุปนิสัย  รสนิยม  และความต้องการของคุณและครอบครัว

            อย่างไนก็ตาม  บ้านแต่ละประเภทต่างก็มี “ ข้อดี-ข้อเสีย ” ด้วยกันทั้งนั้น 

            อย่างเช่น  บ้านเดี่ยวที่เป็น “ บ้านในฝัน ”  ของคนส่วนใหญ่  ประเภทนี้มีสนามหญ้า  มีสวนหย่อม

มีโรงจอดรถ 4-5 คันนั้น  ปัจจุบันหาซื้อในใจกลางเมืองไม่ได้แล้ว  หรือจะเป็นบ้านมือสอง  หลังหนึ่งราคา

ไม่ต่ำกว่า 10-20 ล้าน ไปเลย  ราคาในระดับที่พอซื้อได้ส่วนใหญ่ก็มักจะอยู่แถวชาญเมือง  หรือไม่ก็เขต

ปริมณฑลไปเลย  หากคุณทำงานอยู่ในตัวเมืองก็จะเสียเวลาและค่าจ่ายมากโขทีเดียว

            ส่วนทาวเฮาส์นั้นคุณก็จะได้แปลงที่ดินเล็กลง  แต่พอจะเลือกทำเลที่ตั้งไม่ไกลจากตัวเมืองมากนัก

            แต่หากเป็นห้องชุดในระดับราคาประมาณทาวเฮ้าส์คุณก็จะได้ห้องชุดที่ใกล้ใจกลางเมืองมากที่สุด

ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ไม่ต้องตื่นแต่เช้าตรู่  แต่ข้อเสียคือ คุณจะไม่มีที่ดินเป็นของตนเอง  และไม่สามารถต่อเติมบ้านได้เพื่อรองรับลูกๆหลานๆในอนาคต

            เมื่อคุณเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียของที่อยู่แต่ละประเภท  ต่อมาควรพิจารณา “ ทำเล ”  ด้วย 

โดยควรเน้นทำเลที่อยู่ใกล้ที่ทำงาน  เดินทางสะดวก  เพราะคุณต้องไปทำงานเกือบทุกวัน  โดยไม่ควร

ใช้เวลาเดินทางมากกว่า 1 ชั่วโมง

            นอกจากนี้  ต้องดูด้วยว่าทำเลนั้นมีโรงเรียน  โรงพยาบาล  ศูนย์การค้า  ธนาคาร  และสถานที่ราชการต่างๆ  ที่เดินทางได้โดยสะดวกหรือไม่  สถาพแวดล้อมเป็นอย่างไร  มีโรงงานที่เป็นมลพิษหรือไม่

การบำบัดน้ำเสียเป็นอย่างไร  ทางเข้าหมู่บ้านต้องใช้ร่วมกับหมู่บ้านอื่นๆ  ซึ่งอาจก่อปัญหารถติดหรือไม่

เป็นต้น

          เมื่อได้ประเภทบ้านและทำเลที่ถูกใจแล้วประการต่อมาคุณต้องพิจารณาเลือกโครงการที่มี

ความน่าเชื่อถือ  มีชื่อเสียง  มีความมั่นคง  และมีประสบการณ์ในการทำโครงการบ้านจัดสรรมาก่อนก็จะดีไม่น้อย

          ลองดูบ้านตัวอย่าง  ตระเวนดูบ้านหลายๆที่ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้  ทั้งนี้เพื่อสังเกตความแตกต่างของวัสดุที่ใช้  ฝีมือ  การตกแต่ง  ( จะเห็นว่าบ้านบางแห่งอาจไม่ค่อยสมกับราคาเท่าใดนักก็ได้ )

            เมื่อเลือกบ้านที่ “ ตรงใจ ” ที่สุดได้แล้ว  ขั้นตอนต่อไปคือการเตรียมตัวกูเงินที่บางครั้งก็ “ ดับฝัน ”

ของว่าที่เจ้าบ้านได้เหมือนกัน  หากไม่มีการเตรียมตัว ( และเตรียมใจ ) ล่วงหน้าให้ดีก่อน

ออมก่อนซื้อบ้าน

            ปัญหาของการซื้อบ้านไม่ได้บ้านที่เกิดจาก “ ฝ่ายผู้ซื้อ ”  ก็คือ  ไม่มีกำลังเงินพอที่จะส่งบ้าน

หรือผ่อนดาวน์หมดแล้วแต่หาเครดิตกู้เงินจากแบงค์ไม่ได้  ทำให้ผู้ขายไม่สามารถโอนบ้านให้ได้

และโดยยึดในที่สุด    ต้นตอมาจากผู้ซื้อขาด “ วินัยในการออม  ล่วงหน้า

          มีการวิเคราะห์พฤติกรรมผู้ซื้อบ้านของคนไทยไว้ว่าเชื่อโฆษณาอย่างมาก  และใช้เวลาในการตัดสินใจน้อย  ซ้ำร้ายการตัดสินใจนั้นก็ไม่ได้มีการเตรียมการวางแผนทางการเงินที่ดี  หลายคนไม่เคยออมเงินระยะยาวมาก่อนเลย

            เมื่อจะซื้อบ้านก็จะมีการใช้เงินเก็บบางส่วนรวมกับขอให้พ่อแม่ญาติพี่น้องสนับสนุนเป็นเงินดาวน์

  ส่วนเงินผ่อนนั้นประมาณจากรายได้แล้วไปแก้ปัญหาเอาดาบหน้า

            ดังนั้นพอเกิดปัญหาวิกฤต  เช่นเงินเดือนลดลง หรือถูกออกจากงาน  ก็ไม่มีเงินพอจะผ่อน

บ้านเสียแล้ว  มิหนำซ้ำ  บางคนก็เพิ่มภาระด้วยการซื้อเครื่องอำนวยความสะดวกแบบผ่อนส่งเพิ่มขึ้นไปอีก  เช่น ทีวี  ตู้เย็น  ไมโครเวฟ  แอร์  มือถือ  แม้กระทั่งรถยนต์

            ยิ่งเป็นคนชั้นกลางในเมืองใหญ่เป็นคนหนุ่มสาวการศึกษาดี  มีรายได้เพิ่มเร็ว  ซึ่งประเมินว่าตัวเอง

เป็นกลุ่มคนที่มั่นคงและรายได้สม่ำเสมอ  ดังนั้นเมื่อคิดจะมีครอบครัวก็มุ่งซื้อบ้านเป็นการลงทุน

            และตัดสินใจรวดเร็วจนบางตรั้งก็ขาดข้อมูลที่ดี

            ในภาวะเศรษฐกิจฟองสบู่ที่ผ่านมา  ได้มีการประเมินว่าผู้ซื้อบ้านใช้เวลาตัดสินใจประมาณ

1-2 เดือน  ยิ่งพวกเก็งกำไรจะเชื่อโฆษณาและใช้เวาสั้นมาก  น้อยกว่า 1 เดือน

            แม้แต่ในระยะเศรษฐกิจตกต่ำหรือเศรษฐกิจที่พลิกฟื้นขึ้นในช่วงนี้กลุ่ม Real Buyer จะใช้

เวลาไม่น้อยกว่า 3 เดือน  ซึ่งก็ยังน้อยมากที่จะสร้างพฤติกรรมการออมเพื่อผ่อนบ้านระยะยาวอยู่ดี

            อันที่จริงการลงทุนซื้อบ้านต้องมีการวางแผนระยะยาว  ผู้ซื้อต้องมีการออมมาระยะเวลาหนึ่งแล้ว

ซึ่งในต่างประเทศจะซื้อบ้านได้ต้องผ่านการออมภาคบังคับก่อนที่ธนาคารจะพิจารณาปล่อยกู้

            สำหรับระบบธนาคารไทยไม่ได้มีระเบียบกฎเกณฑ์เหล่านี้อยู่  แต่ผู้บริโภคสามารถสร้างระบบ

การออมของตัวเองได้  วิธีนี้จะทำให้ผู้ซื้อมีการวางแผนก่อนการตัดสินใจ  ทำให้ไม่เกิดการตัดสินใจ

อย่างเร่งร้อน

            ในระหว่างที่เก็บออมสัก 12 เดือน  ก็มองหาบ้านไปในตัว  เมื่อสร้างเครดิตได้แล้วจึงค่อยตัดสินใจ  เรียกว่าเป็นจังหวะของการเตรียมตัว  เตรียมเงิน  เพื่อจะได้เป็นเจ้าของบ้านอย่างไม่มีอุปสรรคใดๆ

จากลาก่อนความจน วางแผนรวย กรุงเทพธุรกิจ

Tags :

 
 หน้าแรก  อสังหาริมทรัพย์  ประกาศฟรี  ข่าวบ้าน และที่ดิน
By Plus Estate Co., Ltd..  
Copyright 2005-2017 All rights reserved.
view