http://www.banbkk.net
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com 
 หน้าแรก  ทรัพย์ฝากขาย/เข่า  ข่าวสารอสังหา  ประกาศฟรี
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   
Menu
หน้าแรก
อสังหาริมทรัพย์
ข่าวบ้าน และที่ดิน
ลงประกาศฟรี
ขายบ้านเดี่ยว
ขายที่ดิน
ขายคอนโดมิเนียม
คอนโดให้เช่า
ขายทาวน์เฮ้าส์
ขายอาคารพาณิชย์
ขายอาคารสำนักงาน
บ้านให้เช่า
อสังหาริมทรัยพ์เพื่อลงทุน
อสังหาริมทรัพย์ จ.เชียงใหม่
 

ลักษณะพิเศษของสินเชื่อที่อยู่อาศัยของไทย (Key Characteristics of Housing Finance)

ลักษณะพิเศษของสินเชื่อที่อยู่อาศัยของไทย (Key Characteristics of Housing Finance)

                ผู้ซื้อบ้านส่วนใหญ่กว่าร้อยละ 90 มักไม่มีเงินพอที่จะซื้อบ้านด้วยเงินสด จึงมักจะต้องกู้เงินจากสถาบันการเงิน ซึ่งในการกู้เงินนั้น ผู้กู้ควรจะมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับธรรมชาติหรือลักษณะพิเศษของสินเชื่อที่อยู่อาศัย เพื่อให้สามารถเตรียมการหรือตัดสินใจกู้เงินได้อย่างรอบคอบ เพื่อให้ความฝันในการมีบ้านเป็นของตนเองเป็นความจริง อย่างยั่งยืน ไม่เกิดปัญหาตามมาในภายหลัง

                อนึ่ง พนักงานของสถาบันการเงินที่ปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งพนักงานวิเคราะห์สินเชื่อ พนักงาน พนักงานการตลาด และพนักงานอื่นที่เกี่ยวข้องกบการบริหารสินเชื่อ ก็ควรจะมีความรู้ความเข้าใจเบื้องต้นเกี่ยวกับลักษณะพิเศษของสินเชื่อที่อยู่อาศัยเช่นกัน ทั้งนี้เพื่อจะได้สามารถกำหนดนโยบายสินเชื่อหรือสร้างผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่สนองตอบความต้องการของผู้กู้ และป้องกันความเสี่ยงด้านต่าง ๆ ในการบริหารสินเชื่อได้ดียิ่งขึ้น

                เราจึงมุ่งที่จะวิเคราะห์ถึงธรรมชาติหรือลักษณะพิเศษของสินเชื่อที่อยู่อาศัยของไทย เพื่อประโยชน์ในการทำความเข้าใจและการตัดสินใจของผู้กำหนดนโยบายด้านสินเชื่อที่อยู่อาศัย พนักงานธนาคาร ประชาชนผู้จะกู้เงินซื้อบ้าน รวมทั้งผู้สนใจทั่วไปที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายที่อยู่อาศัย

 จำนวนเงินกู้ (Amount of Loan)

                สินเชื่อที่อยู่อาศัยนับเป็นสินเชื่อที่มีวงเงินกู้ค่อนข้างสูงมากเมื่อเทียบกับสินเชื่อบุคคลประเภทอื่น ๆ ทั้งนี้เนื่องจากที่อยู่อาศัยเป็นทรัพย์สินที่มีราคาแพงมากที่สุดในชีวิตของคนโดยทั่วไป โดยมีสัดส่วนเป็นเงินหลายเท่าตัวของเงินได้รวมของครอบครัวต่อเดือน ตัวอย่างเช่น ที่อยู่อาศัยราคาปานกลางประมาณ 1 ล้านบาท หากครอบครัวหนึ่งมีรายได้รวมกัน 20,000 บาท ก็แสดงว่าราคาที่อยู่อาศัยสูงกว่ารายได้ต่อเดือนถึง 50 เท่าหรือประมาณ 4.2 เท่ารายได้รวมต่อปี ซึ่ง สัดส่วนของราคาที่อยู่อาศัยต่อรายได้ของครอบครัวยิ่งสูงมากเท่าใด ก็ยิ่งแสดงถึงกำลังซื้อของประชาชนที่จะลดลงมากเพียงนั้น

                ดังนั้นการซื้อที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองได้ประชาชนทั่วไปจงมักไม่มีเงินเพียงพอที่จะซื้อด้วยเงินสดเต็มราคา จำเป็นต้องอาศัยการเก็บออมนานหลายปี เพื่อเป็นเงินดาวน์ส่วนหนึ่ง และส่วนที่เหลือก็ต้องอาศัยการกู้เงินจากสถาบันการเงินเป็นหลัก

                วงเงินกู้เพื่อที่อยู่อาศัยนี้มักจะต่ำกว่าราคาหรือมูลค่าของที่อยู่อาศัย (หลักทรัพย์ที่มาจำนอง) ซึ่งโดยทั่วไป วงเงินกู้จะอยู่ในสัดส่วนประมาณร้อยละ 70-85 ของราคาซื้อขายหรือมูลค่าหลักทรัพย์ที่จำนอง ซึ่งสัดส่วนนี้มักเรียกว่า “สัดส่วนวงเงินกู้ต่อมูลค่าหลักประกัน” หรือ Loan to value ratio (LTVR) ซึ่งโดยทั่วไปแล้วสัดส่วนนี้ยิ่งสูงมากเท่าใดแปลว่าผู้กู้วางเงินดาวน์ซื้อบ้านในสัดส่วนที่น้อย ธนาคารก็จะยิ่งมีความเสี่ยงในการค้างชำระหนี้ และความเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาหนี้ส่วนขาด (Mortgage Deficiency) ได้แก่กรณีลูกค้าผิดนัดชำระหนี้ และธนาคารต้องบังคับจำนองขายทอดตลาดหลักประกัน รายได้จากการประมูลขายทรัพย์สินจะไม่พียงพอต่อหนี้ค้างที่มีอยู่ (ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยที่เกิดขึ้น)

โดย พัลลภ กฤตยานวัช ผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ ธอส.

Tags :

0 ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

*

*

 
 หน้าแรก  อสังหาริมทรัพย์  ประกาศฟรี  ข่าวบ้าน และที่ดิน
By Plus Estate Co., Ltd..  
Copyright 2005-2017 All rights reserved.
view